สำนักงานมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนา อววน. สำนักงานปลัดกระทรวง อว. พร้อมด้วย ศ.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ ประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการจัดสถาบันอุดมศึกษา กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และ รศ.ศักดิ์เกษม ระมิงค์วงศ์ ผศ.ไชยยันต์ ชนะพรมมา คณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและพัฒนากำลังคนขั้นสูง (Reinventing University) ประจำปีงบประมาณ 2567 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ โดยมี รศ.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ พร้อมนำเยี่ยมชมผลการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ณ อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร
.
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเกษตรอัจฉริยะในประเทศไทย มีหลักสูตรด้านวิศวกรรมฟาร์มอัจฉริยะและนวัตกรรม เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเกษตร มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ และมีการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง และได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเกษตรอัจฉริยะ (Intelligent Agriculture) ประกอบกับจุดเด่นในด้านเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ประกอบการและหน่วยงานทุกภาคส่วน มาใช้เป็นกลไกในการดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีเกษตรและอาหาร พร้อมทั้งสนับสนุนนักศึกษาที่สนใจเป็นผู้ประกอบการให้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สนใจมาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงสามารถสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์เพื่อสร้างผลงานและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้น
.
ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีความพร้อมและประสบการณ์ในการพัฒนาผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้นโยบายสู่การเป็น Entrepreneurial University ผ่านกลไกระบบนิเวศในการสนับสนุนผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัย และจากผลการดำเนินงานภายใต้โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ขยายผลสู่การสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีเกษตรและอาหารรุ่นใหม่ MJU Agri smart startup Academy จะเป็นการเสริมสร้างและผลักดันให้มหาวิทยาลัยเกิดผู้ประกอบการใหม่จากฐานนักศึกษา ภายใต้ระบบนิเวศของมหาวิทยาลัยที่มีการเชื่อมโยงและผลักดันผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านรูปแบบการสอนในกลุ่มวิชาการเป็นผู้ประกอบการและการจัดโปรแกรมการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่นักศึกษาอย่างเป็นระบบ
.
ศ.ศันสนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้วางรากฐานกลไกและระบบเพื่อผลักดันผลงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาจากองค์ความรู้ทางวิชาการของมหาวิทยาลัยมาเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจเอกชน เพื่อพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างผู้ประกอบการใหม่ อีกทั้ง สร้างกำลังคนและทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมของประเทศ และพัฒนาทักษะของบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต จะเห็นว่า จากการดำเนินการดังกล่าว ในปีนี้ มหาวิทยาลัยได้นำผลงานวิจัยยื่นขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จำนวน 13 ผลงาน ซึ่งสามารถนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัย และกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจในวงกว้าง นอกจากนี้ อีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่น คือ การผลักดันการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิพันธุ์พืช จำนวน 3 คำขอในสหรัฐอเมริกา ต่อสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา (USPTO) จากผลงานการพัฒนาพันธุ์ดอกปทุมมา และการปรับปรุงพันธุ์ระหว่างปทุมมาและกระเจียวพลอยไพลิน ได้แก่ แม่โจ้กรีนเพิร์ล แม่โจ้ไวท์เพิร์ล และแม่โจ้พิงค์เพิร์ล และได้ร่วมกับสถานประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาไม้ประดับ เพื่อวางแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป
.
“คณะกรรมการฯ เห็นว่า ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2567 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า การพัฒนาทักษะด้านความเป็นผู้ประกอบการ ควรต้องบูรณาการร่วมกันทั้งระบบ โดยเสริมเข้าไปในหลักสูตรรายวิชาทั่วไป (GenED) รวมถึงควรมีระบบการประเมินและเครื่องมือในการประเมินสมรรถนะของผู้สอนและนักศึกษา เพื่อเสริมทักษะและทัศนคติในการเป็นผู้ประกอบการ และสุดท้ายควรเชื่อมโยงหลักสูตรเข้าสู่ระบบคลังหน่วยกิต (credit bank) เพื่อสะสมหน่วยกิตและผลการศึกษา ตามนโยบายกระทรวง อว. รวมถึง ควรประเมินความคุ้มค่า ผลกระทบ และความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้น” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว
.
ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ปรับปรุงข้อมูล : 3/4/2568 14:20:05     ที่มา : สำนักงานมหาวิทยาลัย     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 979

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวกิจกรรม

ข่าวล่าสุด

มหาวิทยาลัยแม่โจ้สนับสนุนน้ำดื่มและเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 นางพัชรี คำรินทร์ ผู้อำนวยการกองกลาง เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มอบน้ำดื่มจำนวน 100 แพ็ค แก่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.8 (ห้วยส้ม) ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟฟ้า สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจควบคุมและระงับเหตุไฟป่าในพื้นที่ และเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
30 มีนาคม 2569     |      611
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหามหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) "ความร่วมมือทางวิชาการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาอาชีพชุมชนบนพื้นที่สูง"
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569  ที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาอาชีพชุมชนบนพื้นที่สูง ระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) โดยมี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ กรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และประธานอนุกรรมการวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ร่วมในพิธีลงนามทั้งนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงองค์การมหาชน หรือ สวพส. จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน และขยายผลงานโครงการหลวง ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูงของประเทศไทย สอดคล้องกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถ ในวิชาการและวิชาชีพ ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินงานร่วมกัน ทางด้านงานวิจัย และการพัฒนาส่งเสริม เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาบนพื้นที่สูงนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ กล่าวว่า การนำงานวิจัยมาปรับใช้เป็นเรื่องสำคัญ ความร่วมมือในครั้งนี้ จะมีการผลักดัน และติดตาม ให้เกิดการปฏิบัติงานตามข้อตกลงยังเป็นรูปธรรม เพื่อนำงานวิจัยไปเพิ่มมูลค่า เพิ่มขีดความสามารถ ทางเศรษฐกิจ สังคม ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริม เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
27 มีนาคม 2569     |      736
ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าร่วมงานการประชุมวิชาการผลสำเร็จงานวิจัย ภายใต้หัวข้อ “คุณูปการผลงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และร่วมพิธีรับมอบนวัตกรรมจากผลงานวิจัย ประกอบด้วย เครื่องอบแห้งลมร้อนถาดหมุน จำนวน 11 เครื่อง และครุภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์จากโครงการวิจัย มูลค่า 5 ล้านบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน) (สวก.) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย เข้าร่วมการเปิดการประชุมวิชาการผลสำเร็จงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “คุณูปการผลงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน” ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ที่ปรึกษาพิเศษ คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ เครือข่ายวิจัย และเกษตรกรเข้าร่วมประชุมกว่า 400 คนโอกาสนี้องคมนตรีได้น้อมนำพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยทรงยึดหลัก “บุกเบิก วิจัย พัฒนา ” และทรงใช้ “งานวิจัย” เป็นรากฐานในการพัฒนาพื้นที่สูง แก้ปัญหาความยากจนและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมน้อมนำพระบรมราโชบาย “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   เพื่อยกระดับงานวิจัยสู่ความยั่งยืน ให้สอดคล้องกับบริบทโลกปัจจุบัน การประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 8 เป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเผยแพร่ผลสำเร็จจากงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมต่อยอดสู่การนำไปใช้ประโยชน์จริง ซึ่งก่อให้เกิด “คุณูปการ” ของงานวิจัยในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลากว่า 57 ปี มูลนิธิโครงการหลวง ได้นำงานวิจัยมาเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูง ทั้งด้านอาชีพ รายได้ ความมั่นคงทางอาหาร และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งรูปแบบบรรยายและโปสเตอร์ ควบคู่การเสวนา  และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัยและชุมชน เชื่อมโยงสู่การพัฒนาประเทศตามแนวทาง BCG และความยั่งยืน โดยผลงานวิจัยก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และในปี 2568 สามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรรวมกว่า 1,300 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 166,949 บาทต่อครัวเรือน สะท้อนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูงอย่างชัดเจน.จากนั้นองคมนตรีเป็นประธานในพิธีรับมอบนวัตกรรมจากผลงานวิจัย ประกอบด้วย เครื่องอบแห้งลมร้อนถาดหมุน จำนวน   11 เครื่อง และครุภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์จากโครงการวิจัย มูลค่า 5 ล้านบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน) (สวก.) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้งนี้ องคมนตรีกล่าวเน้นความสำคัญของความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปผลผลิต ลดความสูญเสีย และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง โดยก่อให้เกิดรายได้กว่า 17 ล้านบาท และมีเกษตรกรได้ รับประโยชน์มากกว่า 200 ราย พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม     ภายหลังพิธีฯ องคมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม อาทิ นิทรรศการ “คุณูปการผลงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน” และนิทรรศการ “จากงานวิจัย สู่คุณค่าแห่งความยั่งยืน สืบสาน รักษา ต่อยอด งานวิจัยโครงการหลวง จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ” ซึ่งนำเสนอผลงานวิจัยเด่น เช่น การพัฒนาพันธุ์พืชมูลค่าสูง เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm) และระบบ IoT การผลิตต้นกล้าปลอดโรคด้วยเทคโนโลยี Bioreactor การใช้ชีวภัณฑ์และจุลินทรีย์เพื่อลดการใช้สารเคมี ตลอดจนการแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิตสู่สินค้าเพื่อสุขภาพและเชิงพาณิชย์ โดยมีหน่วยงานเครือข่ายร่วมจัดแสดงจำนวน 12 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้นกว่า 20 เรื่อง
27 มีนาคม 2569     |      662