สำนักงานมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนา อววน. สำนักงานปลัดกระทรวง อว. พร้อมด้วย ศ.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ ประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการจัดสถาบันอุดมศึกษา กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และ รศ.ศักดิ์เกษม ระมิงค์วงศ์ ผศ.ไชยยันต์ ชนะพรมมา คณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและพัฒนากำลังคนขั้นสูง (Reinventing University) ประจำปีงบประมาณ 2567 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ โดยมี รศ.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ พร้อมนำเยี่ยมชมผลการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ณ อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร
.
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเกษตรอัจฉริยะในประเทศไทย มีหลักสูตรด้านวิศวกรรมฟาร์มอัจฉริยะและนวัตกรรม เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเกษตร มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ และมีการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง และได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเกษตรอัจฉริยะ (Intelligent Agriculture) ประกอบกับจุดเด่นในด้านเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ประกอบการและหน่วยงานทุกภาคส่วน มาใช้เป็นกลไกในการดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีเกษตรและอาหาร พร้อมทั้งสนับสนุนนักศึกษาที่สนใจเป็นผู้ประกอบการให้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สนใจมาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงสามารถสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์เพื่อสร้างผลงานและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้น
.
ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีความพร้อมและประสบการณ์ในการพัฒนาผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้นโยบายสู่การเป็น Entrepreneurial University ผ่านกลไกระบบนิเวศในการสนับสนุนผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัย และจากผลการดำเนินงานภายใต้โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ขยายผลสู่การสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีเกษตรและอาหารรุ่นใหม่ MJU Agri smart startup Academy จะเป็นการเสริมสร้างและผลักดันให้มหาวิทยาลัยเกิดผู้ประกอบการใหม่จากฐานนักศึกษา ภายใต้ระบบนิเวศของมหาวิทยาลัยที่มีการเชื่อมโยงและผลักดันผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านรูปแบบการสอนในกลุ่มวิชาการเป็นผู้ประกอบการและการจัดโปรแกรมการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่นักศึกษาอย่างเป็นระบบ
.
ศ.ศันสนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้วางรากฐานกลไกและระบบเพื่อผลักดันผลงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาจากองค์ความรู้ทางวิชาการของมหาวิทยาลัยมาเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจเอกชน เพื่อพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างผู้ประกอบการใหม่ อีกทั้ง สร้างกำลังคนและทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมของประเทศ และพัฒนาทักษะของบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต จะเห็นว่า จากการดำเนินการดังกล่าว ในปีนี้ มหาวิทยาลัยได้นำผลงานวิจัยยื่นขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จำนวน 13 ผลงาน ซึ่งสามารถนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัย และกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจในวงกว้าง นอกจากนี้ อีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่น คือ การผลักดันการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิพันธุ์พืช จำนวน 3 คำขอในสหรัฐอเมริกา ต่อสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา (USPTO) จากผลงานการพัฒนาพันธุ์ดอกปทุมมา และการปรับปรุงพันธุ์ระหว่างปทุมมาและกระเจียวพลอยไพลิน ได้แก่ แม่โจ้กรีนเพิร์ล แม่โจ้ไวท์เพิร์ล และแม่โจ้พิงค์เพิร์ล และได้ร่วมกับสถานประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาไม้ประดับ เพื่อวางแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป
.
“คณะกรรมการฯ เห็นว่า ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2567 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า การพัฒนาทักษะด้านความเป็นผู้ประกอบการ ควรต้องบูรณาการร่วมกันทั้งระบบ โดยเสริมเข้าไปในหลักสูตรรายวิชาทั่วไป (GenED) รวมถึงควรมีระบบการประเมินและเครื่องมือในการประเมินสมรรถนะของผู้สอนและนักศึกษา เพื่อเสริมทักษะและทัศนคติในการเป็นผู้ประกอบการ และสุดท้ายควรเชื่อมโยงหลักสูตรเข้าสู่ระบบคลังหน่วยกิต (credit bank) เพื่อสะสมหน่วยกิตและผลการศึกษา ตามนโยบายกระทรวง อว. รวมถึง ควรประเมินความคุ้มค่า ผลกระทบ และความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้น” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว
.
ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ปรับปรุงข้อมูล : 3/4/2568 14:20:05     ที่มา : สำนักงานมหาวิทยาลัย     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 2058

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวกิจกรรม

ข่าวล่าสุด

“ยศชนัน” ชูมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 เป็น "สะพานนวัตกรรม" รับ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมร่วมเป็นสักขีพยาน MOU ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาในหัวข้อ“University Group 2 as Thailand’s Innovation Engine: พลังมหาวิทยาลัยเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย” ภายในงานสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. รวมทั้งอธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (กลุ่ม 2) ทั้ง 19 สถาบันทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลส์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มีศักยภาพสูงในการเป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยพื้นฐานกับภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความใกล้ชิดกับพื้นที่ ชุมชน ผู้ประกอบการ และโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจจริงของประเทศ จึงสามารถทำหน้าที่เป็น “สะพานนวัตกรรม” เชื่อมจากองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม การบริการ สุขภาพ ดิจิทัล พลังงาน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดย เศรษฐกิจไทยในปี 2030 จะเผชิญความท้าทายสำคัญใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เศรษฐกิจสุขภาพ อาหารแห่งอนาคตและเศรษฐกิจชีวภาพ AI หุ่นยนต์และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ การรับมือสภาพภูมิอากาศและเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงระบบขนส่ง โลจิสติกส์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังคน งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมรองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน 5 เสาหลักเศรษฐกิจแห่งอนาคต เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้พื้นที่ ใกล้ชุมชน ใกล้ผู้ประกอบการ และเข้าใจโจทย์จริงของประเทศ หากสามารถเชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมเข้ากับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบ มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ปี 2030ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ยังร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ซึ่งจะร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม การพัฒนากำลังคน โดยจะมีการจัดทำสมุดปกขาว (White Paper) ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 เพื่อเป็นทิศทางร่วมกันในการเคลื่อนบทบาทใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ และร่วมกันยกระดับประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ เศรษฐกิจมูลค่าสูง และเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
11 มิถุนายน 2569     |      122
กระทรวง อว.จับมือ 19 สถาบันกลุ่ม 2 เดินหน้าผลิตบัณฑิตกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการเร่งด่วนของตลาดแรงงาน ตั้งเป้าสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง 25,000 คน - สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่10,000 คนใน 150 พื้นที่ ชูกลไกงบประมาณกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา หนุน “มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2” สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมที่จับต้องได้
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.69 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว.เข้าร่วมงานสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมีอธิการบดีและคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (กลุ่ม 2) ทั้ง 19 สถาบันทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลส์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ศ.ดร.ศุภชัย ได้ปาฐกถาพิเศษมอบแนวทางและกลไกการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ให้เกิดผลลัพธ์เชิงนวัตกรรม โดยหยิบยกกรณีศึกษาข้อมูลสถิตินักศึกษาและผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อ (TCAS) รอบที่ 3 ตั้งแต่ปี 2567-2569 สะท้อนความท้าทายสำคัญในการบริหารจัดการหลักสูตรท่ามกลางภาวะประชากรวัยเรียนที่มีแนวโน้มลดลง พร้อมตั้งโจทย์สำคัญว่า “จะทำอย่างไรให้นักศึกษาที่มีจำนวนน้อยลง ได้เข้าเรียนในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง” โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการเร่งด่วนของตลาดแรงงานในปัจจุบัน อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ,เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, เทคโนโลยีอาหาร, พลังงานสะอาด, วิศวกรรมขั้นสูง,อุตสาหกรรมอัญมณีและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงการพัฒนาอาจารย์ให้เท่าทันองค์ความรู้ใหม่เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอน โดยขอให้มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มุ่งทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันสร้างธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ (Startup) และผลักดันโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นจริง“กระทรวง อว.มุ่งส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 2 นำกรอบการจำแนกสถานะ “Portfolio หลักสูตร” ไปใช้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ โดยกำหนด 3 มาตรการหลัก คือ 1) การรักษาและต่อยอดหลักสูตรธงนำในกลุ่มหลักสูตรที่มีการแข่งขันและคะแนนทดสอบสูงเพื่อรักษามาตรฐานและขยายผลเชิงรุก2) การยกระดับและทบทวนคุณค่าหลัก ในกลุ่มหลักสูตรที่มีศักยภาพแฝง โดยเร่งพัฒนาการสื่อสารอัตลักษณ์และจุดแข็งเพื่อเปลี่ยนผู้สมัครให้เป็นผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ และ 3) การปรับปรุงเชิงยุทธศาสตร์อย่างเร่งด่วน ในกลุ่มหลักสูตรที่มีความต้องการต่ำ โดยพลิกโฉมสู่การเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติงานจริงบูรณาการวิชาเดิมเข้ากับแนวโน้มเทคโนโลยีสมัยใหม่และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาทิ Fashion-Tech, Creative Manufacturing หรือ Sustainable Materials เพื่อเปลี่ยนภาพจำของหลักสูตรและสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวขณะที่ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา เพื่อการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2" ว่า กรอบการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2571 กองทุนฯ ได้กำหนดตัวชี้วัดหลัก (Super KPI) ในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่ระดับโลก และพัฒนากำลังคนสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยตั้งเป้าสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง 25,000 คน รวมถึงการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ 10,000 คน ใน 150 พื้นที่ เพื่อกระจายรายได้และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนรองปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า รูปแบบการจัดสรรงบประมาณโฉมใหม่ของกองทุนฯ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ แบ่งเป็น 2รูปแบบหลัก คือ 1) งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์เร่งด่วนของประเทศที่เน้นการผลิตกำลังคนเฉพาะทางตามโจทย์ของรัฐบาล และ 2) งบประมาณเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาที่จัดสรรตามความเชี่ยวชาญของสถาบันแบบต่อเนื่องหลายปี ซึ่งกลไกเหล่านี้จะเข้าไปหนุนเสริมกิจกรรมหลักของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ในการพัฒนาความเป็นเลิศผ่านแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง BAP, BAP+ และ BAP-X (Business Acceleration Platform) เพื่อยกระดับสมรรถนะบุคลากรและระบบบริหารจัดการนวัตกรรม ควบคู่ไปกับโครงการ CIOX (Chief Innovation Officer Exchange) ในการพัฒนาทักษะผู้บริหารเพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรมตลอดจนโครงการ SEED (Student Entrepreneurs for Enterprise Development) ที่มุ่งบ่มเพาะนักศึกษาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมวิสาหกิจในระดับสากล รวมถึงการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาผ่านโครงการ AITP (Association of Intellectual Property and Technology Transfer Professionals) ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับการปฏิบัติจริง“กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาพร้อมทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้สถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 2 และสถาบันอุดมศึกษาทุกกลุ่มทั่วประเทศ สามารถปลดล็อกศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบงบประมาณและตัวชี้วัดรูปแบบใหม่นี้ จะเป็นหลักประกันสำคัญที่ช่วยการันตีว่า ทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปจะส่งผลลัพธ์โดยตรงต่อการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาและสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว
11 มิถุนายน 2569     |      127
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ขอขอบคุณ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ขอขอบคุณ  ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติคณะผู้บริหารและผู้แทนมหาวิทยาลัย 19 แห่งทั่วประเทศในโอกาสที่ให้เกียรติ ปาฐกถาพิเศษ / บรรยายพิเศษ / เข้าร่วมประชุม ในงาน Presidents’ Engagement Forum on Technology and Innovation Development การสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง เมื่อวันที่ 8-9 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่
11 มิถุนายน 2569     |      131
มหาวิทยาลัยแม่โจ้บันทึกเทปถวายพระพรเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร นักศึกษา ร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) จังหวัดเชียงใหม่
22 พฤษภาคม 2569     |      3895