สำนักงานมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
วันที่ 25 ตุลาคม 2567 ที่ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กรุงเทพมหานคร นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และนายชัยยศ สัมฤทธิ์กุล กรรมการ บริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วย “ความร่วมมือในการผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช” ระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา และบริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด 
.
ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้กล่าวถึงการสนับสนุนงานวิจัยด้านการพัฒนาพันธุ์พืชผัก และความเป็นมาของ บริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด 
.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชานุมัติให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ร่วมกับบริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด ดำเนินการผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ จำนวน 19 ชนิด ที่ขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชในนามของมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีขั้นตอนการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้มาซึ่งเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ สามารถนำไปปลูกต่อได้ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรในระบบอินทรีย์อย่างมาก ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นผู้จัดตั้ง บริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด เพื่อผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์อินทรีย์เท่านั้น รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องด้านเกษตรอินทรีย์
.
เมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ทั้ง 19 ชนิด ได้แก่ ถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1, ถั่วแขกสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1, ถั่วแขกสีเหลืองเทพรัตน์ เบอร์ 1, ถั่วฝักยาวลายเสือจักรพันธ์ เบอร์ 1, มะเขือเปราะพวงหยกจักรพันธ์, พริกขี้หนูปู่เมธ, แตงไทยหอมละมุน, สลัดช่อผกาพัฒนาเอง, พริกพัฒนฉันท์, สลัดสวยงาม, ถั่วฝักยาวเสือเขียว, ถั่วฝักยาวเสือลายพาดกลอน, ถั่วฝักยาวเสือดุ, ถั่วฝักยาวเสือขาว, ถั่วพูของชอบ, สลัดของขวัญ, สลัดขายดี, สลัดรสดี และสลัดคนดี
.
ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ Facebook: ศูนย์ปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ / ไลน์ไอดี: @firstorganicseeds (ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์) / E-Mail: 09farm.mju@gmail.com หรือโทร 091 070 5757
ราคาซองละ 20 บาท
โปรโมชั่นพิเศษ ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนธันวาคม 2567 “ซื้อ 5 ซอง แถม 1 ซอง” (สินค้ามีจำนวนจำกัดหรือจนกว่าสินค้าจะหมด)
.
ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ มอบสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
.
ข่าว : มูลนิธิชัยพัฒนา 
ปรับปรุงข้อมูล : 25/10/2567 18:18:23     ที่มา : สำนักงานมหาวิทยาลัย     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 866

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวกิจกรรม

ข่าวล่าสุด

มหาวิทยาลัยแม่โจ้สนับสนุนน้ำดื่มและเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 นางพัชรี คำรินทร์ ผู้อำนวยการกองกลาง เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มอบน้ำดื่มจำนวน 100 แพ็ค แก่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.8 (ห้วยส้ม) ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟฟ้า สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจควบคุมและระงับเหตุไฟป่าในพื้นที่ และเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
30 มีนาคม 2569     |      59
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหามหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) "ความร่วมมือทางวิชาการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาอาชีพชุมชนบนพื้นที่สูง"
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569  ที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาอาชีพชุมชนบนพื้นที่สูง ระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) โดยมี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ กรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และประธานอนุกรรมการวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ร่วมในพิธีลงนามทั้งนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงองค์การมหาชน หรือ สวพส. จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน และขยายผลงานโครงการหลวง ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูงของประเทศไทย สอดคล้องกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถ ในวิชาการและวิชาชีพ ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินงานร่วมกัน ทางด้านงานวิจัย และการพัฒนาส่งเสริม เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาบนพื้นที่สูงนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ กล่าวว่า การนำงานวิจัยมาปรับใช้เป็นเรื่องสำคัญ ความร่วมมือในครั้งนี้ จะมีการผลักดัน และติดตาม ให้เกิดการปฏิบัติงานตามข้อตกลงยังเป็นรูปธรรม เพื่อนำงานวิจัยไปเพิ่มมูลค่า เพิ่มขีดความสามารถ ทางเศรษฐกิจ สังคม ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริม เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
27 มีนาคม 2569     |      186
ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าร่วมงานการประชุมวิชาการผลสำเร็จงานวิจัย ภายใต้หัวข้อ “คุณูปการผลงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และร่วมพิธีรับมอบนวัตกรรมจากผลงานวิจัย ประกอบด้วย เครื่องอบแห้งลมร้อนถาดหมุน จำนวน 11 เครื่อง และครุภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์จากโครงการวิจัย มูลค่า 5 ล้านบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน) (สวก.) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย เข้าร่วมการเปิดการประชุมวิชาการผลสำเร็จงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “คุณูปการผลงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน” ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ที่ปรึกษาพิเศษ คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ เครือข่ายวิจัย และเกษตรกรเข้าร่วมประชุมกว่า 400 คนโอกาสนี้องคมนตรีได้น้อมนำพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยทรงยึดหลัก “บุกเบิก วิจัย พัฒนา ” และทรงใช้ “งานวิจัย” เป็นรากฐานในการพัฒนาพื้นที่สูง แก้ปัญหาความยากจนและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมน้อมนำพระบรมราโชบาย “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   เพื่อยกระดับงานวิจัยสู่ความยั่งยืน ให้สอดคล้องกับบริบทโลกปัจจุบัน การประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 8 เป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเผยแพร่ผลสำเร็จจากงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมต่อยอดสู่การนำไปใช้ประโยชน์จริง ซึ่งก่อให้เกิด “คุณูปการ” ของงานวิจัยในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลากว่า 57 ปี มูลนิธิโครงการหลวง ได้นำงานวิจัยมาเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูง ทั้งด้านอาชีพ รายได้ ความมั่นคงทางอาหาร และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งรูปแบบบรรยายและโปสเตอร์ ควบคู่การเสวนา  และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัยและชุมชน เชื่อมโยงสู่การพัฒนาประเทศตามแนวทาง BCG และความยั่งยืน โดยผลงานวิจัยก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และในปี 2568 สามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรรวมกว่า 1,300 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 166,949 บาทต่อครัวเรือน สะท้อนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูงอย่างชัดเจน.จากนั้นองคมนตรีเป็นประธานในพิธีรับมอบนวัตกรรมจากผลงานวิจัย ประกอบด้วย เครื่องอบแห้งลมร้อนถาดหมุน จำนวน   11 เครื่อง และครุภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์จากโครงการวิจัย มูลค่า 5 ล้านบาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน) (สวก.) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้งนี้ องคมนตรีกล่าวเน้นความสำคัญของความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปผลผลิต ลดความสูญเสีย และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง โดยก่อให้เกิดรายได้กว่า 17 ล้านบาท และมีเกษตรกรได้ รับประโยชน์มากกว่า 200 ราย พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม     ภายหลังพิธีฯ องคมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม อาทิ นิทรรศการ “คุณูปการผลงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน” และนิทรรศการ “จากงานวิจัย สู่คุณค่าแห่งความยั่งยืน สืบสาน รักษา ต่อยอด งานวิจัยโครงการหลวง จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ” ซึ่งนำเสนอผลงานวิจัยเด่น เช่น การพัฒนาพันธุ์พืชมูลค่าสูง เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm) และระบบ IoT การผลิตต้นกล้าปลอดโรคด้วยเทคโนโลยี Bioreactor การใช้ชีวภัณฑ์และจุลินทรีย์เพื่อลดการใช้สารเคมี ตลอดจนการแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิตสู่สินค้าเพื่อสุขภาพและเชิงพาณิชย์ โดยมีหน่วยงานเครือข่ายร่วมจัดแสดงจำนวน 12 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้นกว่า 20 เรื่อง
27 มีนาคม 2569     |      201