สำนักงานมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.69 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว.เข้าร่วมงานสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมีอธิการบดีและคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (กลุ่ม 2) ทั้ง 19 สถาบันทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลส์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
.
ศ.ดร.ศุภชัย ได้ปาฐกถาพิเศษมอบแนวทางและกลไกการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ให้เกิดผลลัพธ์เชิงนวัตกรรม โดยหยิบยกกรณีศึกษาข้อมูลสถิตินักศึกษาและผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อ (TCAS) รอบที่ 3 ตั้งแต่ปี 2567-2569 สะท้อนความท้าทายสำคัญในการบริหารจัดการหลักสูตรท่ามกลางภาวะประชากรวัยเรียนที่มีแนวโน้มลดลง พร้อมตั้งโจทย์สำคัญว่า “จะทำอย่างไรให้นักศึกษาที่มีจำนวนน้อยลง ได้เข้าเรียนในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง” โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการเร่งด่วนของตลาดแรงงานในปัจจุบัน อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ,เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, เทคโนโลยีอาหาร, พลังงานสะอาด, วิศวกรรมขั้นสูง,อุตสาหกรรมอัญมณีและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงการพัฒนาอาจารย์ให้เท่าทันองค์ความรู้ใหม่เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอน โดยขอให้มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มุ่งทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันสร้างธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ (Startup) และผลักดันโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นจริง
“กระทรวง อว.มุ่งส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 2 นำกรอบการจำแนกสถานะ “Portfolio หลักสูตร” ไปใช้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ โดยกำหนด 3 มาตรการหลัก คือ 1) การรักษาและต่อยอดหลักสูตรธงนำในกลุ่มหลักสูตรที่มีการแข่งขันและคะแนนทดสอบสูงเพื่อรักษามาตรฐานและขยายผลเชิงรุก2) การยกระดับและทบทวนคุณค่าหลัก ในกลุ่มหลักสูตรที่มีศักยภาพแฝง โดยเร่งพัฒนาการสื่อสารอัตลักษณ์และจุดแข็งเพื่อเปลี่ยนผู้สมัครให้เป็นผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ และ 3) การปรับปรุงเชิงยุทธศาสตร์อย่างเร่งด่วน ในกลุ่มหลักสูตรที่มีความต้องการต่ำ โดยพลิกโฉมสู่การเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติงานจริงบูรณาการวิชาเดิมเข้ากับแนวโน้มเทคโนโลยีสมัยใหม่และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาทิ Fashion-Tech, Creative Manufacturing หรือ Sustainable Materials เพื่อเปลี่ยนภาพจำของหลักสูตรและสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว
.
ขณะที่ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา เพื่อการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2" ว่า กรอบการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2571 กองทุนฯ ได้กำหนดตัวชี้วัดหลัก (Super KPI) ในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่ระดับโลก และพัฒนากำลังคนสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยตั้งเป้าสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง 25,000 คน รวมถึงการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ 10,000 คน ใน 150 พื้นที่ เพื่อกระจายรายได้และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
รองปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า รูปแบบการจัดสรรงบประมาณโฉมใหม่ของกองทุนฯ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ แบ่งเป็น 2รูปแบบหลัก คือ 1) งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์เร่งด่วนของประเทศที่เน้นการผลิตกำลังคนเฉพาะทางตามโจทย์ของรัฐบาล และ 2) งบประมาณเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาที่จัดสรรตามความเชี่ยวชาญของสถาบันแบบต่อเนื่องหลายปี ซึ่งกลไกเหล่านี้จะเข้าไปหนุนเสริมกิจกรรมหลักของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ในการพัฒนาความเป็นเลิศผ่านแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง BAP, BAP+ และ BAP-X (Business Acceleration Platform) เพื่อยกระดับสมรรถนะบุคลากรและระบบบริหารจัดการนวัตกรรม ควบคู่ไปกับโครงการ CIOX (Chief Innovation Officer Exchange) ในการพัฒนาทักษะผู้บริหารเพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรมตลอดจนโครงการ SEED (Student Entrepreneurs for Enterprise Development) ที่มุ่งบ่มเพาะนักศึกษาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมวิสาหกิจในระดับสากล รวมถึงการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาผ่านโครงการ AITP (Association of Intellectual Property and Technology Transfer Professionals) ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับการปฏิบัติจริง
.
“กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาพร้อมทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้สถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 2 และสถาบันอุดมศึกษาทุกกลุ่มทั่วประเทศ สามารถปลดล็อกศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบงบประมาณและตัวชี้วัดรูปแบบใหม่นี้ จะเป็นหลักประกันสำคัญที่ช่วยการันตีว่า ทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปจะส่งผลลัพธ์โดยตรงต่อการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาและสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

ปรับปรุงข้อมูล : 11/6/2569 11:38:46     ที่มา : สำนักงานมหาวิทยาลัย     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 1324

กลุ่มข่าวสาร :

ข่าวล่าสุด

มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.30 น. มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อถวายเป็นพระกุศลและน้อมรําลึกในพระกรุณาธิคุณ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา ซึ่งพร้อมใจกันเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ อาคารแผ่พืชน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 
3 กรกฎาคม 2569     |      546
บริษัท ชิชางคอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบเงินและอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนโครงการครัวอิ่มอุ่นพี่เพื่อน้องแม่โจ้
วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 รองสาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภากร ธาราฉาย รองอธิการบดี , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ รอ.ดร.จิระชัย ยมเกิด ผู้ช่วยอธิการบดี , นายวิทชัย สุขเพราะนา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม หัวหน้างานและบุคลากรจากกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและกองพัฒนานักศึกษา ร่วมรับมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและเงินสนับสนุนโครงการครัวอิ่มอุ่น พี่เพื่อน้องแม่โจ้ จำนวน115,220บาท จากบริษัทชิชาง (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี คุณสุมาลี ลู่ควร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และผู้แทนจากบริษัท ซัมซุง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้มอบมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและเงินสนับสนุนให้กับโครงการครัวอิ่มอุ่นพี่เพื่อน้องแม่โจ้ ไว้ใช้ทำกิจกรรมในครัวให้น้องๆนักศึกษาไว้ใช้ประกอบอาหารเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีอาหารรับประทานตลอดการศึกษาจนจบการศึกษาต่อไป
26 มิถุนายน 2569     |      763
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ร่วมพิธีสรงน้ำพระราชทานพระพุทธรูปพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และพระเจดีย์ และถวายผ้าไตรพระราชทาน จำนวน 10 ไตร ประจำปี 2569 ณ วัดลัฏฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรง อัญเชิญไปสรงพระพุทธรูปพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และพระเจดีย์ และถวายผ้าไตรพระราชทาน จำนวน 10 ไตร ณ วัดลัฎฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า เนื่องในงานประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์ ประจำปี 2569 22 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภากร ธาราฉาย รองอธิการบดี พร้อมด้วยนายวิทชัย สุขเพราะนา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์ ประจำปี 2569 โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประกอบพิธีสรงน้ำพระราชทานองค์พระนอนขอนตาลและพระเจดีย์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน และถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดลัฎฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำสรง เพื่ออัญเชิญมาในงานประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์ ประจำปี 2569 โดยมี ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี  ประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์จัดขึ้นโดย พระวิสุทธิวัชราภรณ์ รองเจ้าคณะอำเภอแม่ริม เจ้าอาวาสวัดลัฏฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) ร่วมกับคณะศรัทธาวัดลัฏฐิวัน และพุทธศาสนิกชน เพื่อความเป็นสิริมงคล สืบสานพระพุทธศาสนา และธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
23 มิถุนายน 2569     |      874